กระบวนการพัฒนาหลักสูตร
วิชัย วงษ์ใหญ่ (2533:19 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:45) ได้เสนอกระบวนการพัฒนาหลักสูตรไว้ 3 ระบบ โดยเริ่มต้นจากระบบการร่างหลักสูตร ระบบการนำหลักสูตรไปใช้ และระบบการประเมินหลักสูตร ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. ระบบการร่างหลักสูตร ประกอบด้วย การกำหนดหลักสูตร โดยดูความสอดคล้องกับเนื้อหาวิชา สภาพสังคม เศรษฐกิจ แลพการเมือง หลังจากนั้นเริ่มกำหนดรูปแบบหลักสูตร ได้แก่ การกำหนดหลักการโครงสร้างองค์ประกอบหลักสูตร วัตถุประสงค์ เนื้อหา ประสบการณ์การเรียนและการเมินผลหลังจากนั้นดำเนินการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรโดยผ่านผู้เชี่ยวชาญ หรือการสัมมนา และมีการทดลองนำร่อง พร้อมทั้งรวบรวมผลการวิจัยและปรับแก้หลักสูตรก่อนนำไปใช้
2. ระบบการใช้หลักสูตร ประกอบด้วย การขออนุมัติหลักสูตรจากหน่วยงานหรือกระทรวงดำเนินการวางแผนการใช้หลักสูตร โดยเริ่มจากการประชาสัมพันธ์หลักสูตร การเตรียมความพร้อมของบุคลากร จัดงบประมาณและวัสดุหลักสูตร บริการสนับสนุนจัดเตรียมอาคารสถานที่ ระบบบริหารและจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และติดตามผลการใช้หลักสูตร หลังจากนั้นเข้าสู่ระบบการบริหารหลักสูตร โดยการดำเนินการตามแผนกิจกรรมการเรียนการสอนแผนการสอน คู่มือการสอน คู่มือการเรียน เตรียมความพร้อมของผู้สอน ความพร้อมของผู้เรียนและการประเมินผลการเรียน
3. ระบบการประเมินผล ประกอบด้วย การวางแผนการประเมินผลการใช้หลักสูตร ทั้งการประเมินย่อย การประเมินรวบยอด การประเมินระบบหลักสูตร ระบบการบริหารและสัมฤทธิ์ของผู้เรียน หลังจากนั้นเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลและรายงานข้อมูลตามลำดับ (วิชัย วงษ์ใหญ่ 2533:19 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:45)
มณฑิชา ชนะสิทธิ์ (2539:17 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:46) ได้กล่าวถึงกระบวนการหรือขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตร ดังนี้
1. การสร้างหลักสูตร
1.1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน
1.2 การกำหนดจุดมุ่งหมาย
1.3 การกำหนดเนื้อหาสาระ
1.4 การกำหนดประสบการณ์การเรียนรู้
1.5 การกำหนดวิธีการวัดผลและประเมินผล
2. การนำหลักสูตรไปใช้
3. การประเมินผลหลักสูตร
4. การปรับปรุงแก้ไขหลักสูตร (มณฑิชา ชนะสิทธิ์ 2539:17 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:46)
ธำรง บังศรี (2542:152 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:46) ได้กล่าวถึงกระบวนการพัฒนาหลักสูตร ดังนี้
ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน
ขั้นที่ 2 การกำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
ขั้นที่ 3 การกำหนดรูปแบบและโครงสร้างของหลักสูตร
ขั้นที่ 4 การกำหนดจุดประสงค์ของวิชา
ขั้นที่ 5 การเลือกเนื้อหา
ขั้นที่ 6 การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้
ขั้นที่ 7 การกำหนดประสบการณ์การเรียนรู้
ขั้นที่ 8 การกำหนดยุทธศาสตร์การเรียนการสอน
ขั้นที่ 9 การประเมินผลการเรียนรู้
ขั้นที่ 10 การจัดทำวัสดุหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน
(ธำรง บังศรี 2542:152 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:46)
ทาบา (Taba, 1962:12 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:47) ได้กล่าวถึงขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตรไว้ 7 ขั้น คือ
1. การวินิจฉัยความต้องการและความจำเป็นของสังคม
2. การกำหนดจุดมุ่งหมาย
3. การเลือกเนื้อหาสาระ
4. การจัดเนื้อหาสาระ
5. การเลือกประสบการณ์การเรียนรู้
6. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
7. การกำหนดวิธีการแระเมินผล (Taba, 1962:12 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:47)
เซเลอร์และอเล็กซานเดอร์ (Saylor and Alexander, 1974:27 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:47) ได้กล่าวถึงกระบวนการพัฒนาหลักสูตร ดังนี้
1. การศึกษาตัวแปรต่างๆ จากภายนอก
2. การกำหนดจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์
3. การออกแบบหลักสูตร
4. การนำหลักสูตรไปใช้
5. การประเมินผลหลักสูตร (Saylor and Alexander, 1974:27 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:47)
เซเลอร์ อเล็กซานเดอร์และเลวิส (Saylor Alexander and Lewis, 1981:30 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:47-48) ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตร ดังนี้
1. การศึกษาตัวแปรต่างๆ จากภายนอก ได้แก่ ภูมิหลังของนักเรียน สังคม รรมชาติของการเรียนรู้ แผนการศึกษาแห่งชาติ ทรัพยากร และความสะดวกสบายในการพัฒนาหลักสูตรและคำแนะนำจากผู้ประกอบอาชีพ
2. การกำหนดความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ เพื่อการออกแบบหลักสูตร โดยนักวางแผนหลักสูตร และใช้ข้อมูลทางการเมืองและสังคมเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ การออกแบบหลักสูตร
3. การนำหลักสูตรไปใช้ โดยครูเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมของการสอน การวางแผนหลักสูตร รวมถึงการแนะนำแหล่งของสื่อการเรียนรู้โดยให้มีความยืดยุ่นและมีอิสระแก่ครูและนักเรียน
4. การประเมินผลหลักสูตร ทำโดยครูเป้นผู้พิจารณาขั้นตอนการประเมิน เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าของนักเรียน โดยวางแผนหลักสูตรร่วมกันพิจารณาขั้นตอน การประเมินผลหลักสุตรซึ่งข้อมูลที่ได้จากการแระเมินผลจะใช้เป็นพื้นฐานประกอบการตัดสินใจ เพื่อวางแผนในอนาคตต่อไป (Saylor Alexander and Lewis, 1981:30 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:47-48)
วิชัย ประสิทธิ์เวชช์ (2542:99 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:53) กล่าวถึงการจัดเนื้อหาสาระไว้ว่า การจัดเนื้อหาสาระมีหลายวิธี แต่ละวิธีควรเหมาะสมกับะรรมชาติของวิชาที่แตกต่างกันจึงต้องใช้การจัดหลายวิธีผสมผสานกันตามธรรมชาติของวิชา มี 3 ประการ ดังนี้
1. จัดลำดับเนื้อหาสาระโดยยึดหลักการทางตรรกะและจิตวิทยา
1.1 เนื้อหาจากง่ายไปหายาก (The simple-to-complex approach)
1.2 ความจำเป็นที่ต้องเรียนก่อนหลัง (The pre-requisite learning approach)
1.3 ลำดับการเวลาหรือเหตุการณ์ (The chronological approach)
1.4 ตามหัวข้อหรือเป็นเรื่องอิสระ (The thematic approach)
1.5 ลำดับจากส่วนย่อยไปสู่ส่วนรวม (The part-to-whole approach )
1.6 ลำดับจากส่วนรวมไปสู่ส่วนย่อย (The whole-to-part approach)
2. จัดเนื้อหาสาระให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้เอื้อเฟื้อต่อการสะสมความรู้ให้เกิดความมั่นคงและเพียงพอสำหรับการเรียนรู้ต่อไป
3. จัดเนื้อหาสาระให้ความสัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดการบูรณาการและการถ่ายโยงความรู้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างวิชา
4. จัดเตรียมรายละเอียดของการจัดเนื้อหาสาระในแต่ละรูปแบบ
5. ระบุแนวทางในการนำเอาหลักสูตรนั้นๆ ไปสู่การปฏิบัติ
6. กำหนดวิธีการเรียนการสอนและแหล่งวิชาการ
7. กำหนดวิธีการวัดและประเมินผล
การวางแผนหลักสูตรหรือแผนประสบการณ์ (planning) นั้น มีวิธีดำเนินงานไว้ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นการออกแบบหลักสูตร ขั้นการตรวจสอบคุณภาพและขั้นการปรับปรุงหลักสูตรก่อนการนำไปใช้ในการออกแบบหลักสูตรนั้นจะประกอบด้วย การกำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร การคัดเลือกและจัดเนื้อหา การกำหนดกิจกรรมและการกำหนดวิธีการประเมินผล (วิชัย ประสิทธิ์เวชช์, 2542:99 อ้างอิงใน ฆนัท ธาตุทอง, 2550:53)
ในการใช้หลักสูตร คือ การนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัตินั้น จำเป้นต้องเตรียมการพัฒนาบุคคลากร เอกสาร และสื่อประเภทต่างๆ สร้างความเข้าใจแก่บุคคลากรที่เกี่ยวข้องในแนวทางที่กำหนดขึ้นมาใหม่ ฝึกอบรมให้เกิดทักษะในการใช้หลักสูตร หรือวิธีการใหม่ๆ สร้างหรือเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้เรียน เตรียมการนิเทศภายในและปฏิบัติตามแผนที่กำหนด (ฆนัท ธาตุทอง, 2550:55)
สันต์ ธรรมบำรุง (2527:133 อ้างในถึง ฆนัท ธาตุทอง, 2550:55) ได้กล่าวว่า การนำหลักสูตรไปใช้เป็นแนวทางที่จะนำหลักสูตรซึ่งเปรียบเสมือนภาคทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติจะให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพนั้น บุคคลที่สำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอน จะต้องศึกษาเข้าใจหลักสูตรอย่างถ่องแท้ ต้องรู้จักวิธีการขยายหลักสูตรมาสู้ชั้นเรียน (สันต์ ธรรมบำรุง, 2527:133 อ้างในถึง ฆนัท ธาตุทอง, 2550:55) การพัฒนาหลักสูตร หมายถึง การปรับหรุงเปลี่ยนแปลงหลักสูตรที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น หรือสร้างหลักสูตรขึ้นมาใหม่ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปและสนองความต้องการของผู้เรียน การพัมนาหลักสูตรระดับชาติ เป็นการพัฒนาหลักสูตรในลักษณะกว้างๆ โดยยึดถือแผนการปฏิบัติของชาติ เพื่อให้ผู้ใช้ในระดับต่างๆ นำไปขยายหรือปรับเป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตร สำหรับการพัฒนาหลักสูตรระดับท้องถิ่น หมายถึง ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา จะเป็นการนำหลักสูตรระดับชาติมาปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระให้มีความสอดคล้องกับท้องถิ่น ส่วนการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนเป้นการพัฒนาหลักสูตรโดยสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ เป็นการปรับขยายและปรับให้มีความสอดคล้องในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียน เป็นการพัฒนาที่เน้นความต้องการและความถนัด ความสนใจของผู้เรียน ซึ่งเป็นการปรับจุดประสงค์ เนื้อหาวิชา และกิจกรรมการเรียนการสอนโดยครูผู้สอน จากแนวคิดของนักการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรพบว่า เป็นกระบวนการทำงานที่เป็นระบบเป็นวงจรเชื่อมโยงกันในมิติต่างๆ นักพัฒนาหลักสูตรต้องดำเนินการให้มิติต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
การจัดทำหรือหลักการพัฒนาหลักสูตรนั้น มีสิ่งที่ต้องปฏิบัติและพิจารณาที่สำคัญ คือ การกำหนดเป้าหมายเบื้องต้นของหลักสูตรที่จัดทำนั้นให้ชัดเจนว่ามีเป้าหมายเพื่ออะไร ทั้งโดยส่วนรวมและส่วนย่อยของหลักสูตร หลังจากนั้นจึงเลือกเนื้อหากิจกรรมการเรียนการสอน วิธีการประเมิน และกำหนดรูปแบบในการนำหลักสูตรไปใช้ในโรงเรียน ซึ่งการดำเนินการจะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จึงจะทำให้การพัฒนาหลักสูตรดำเนินไปอย่างครบถ้วนและเกิดผลดี นั่นคือ ได้หลักสูตรที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง
สำหรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรแบบ SPIE Model เป็นการผสมผสาน บูรณาการองค์ประกอบที่สำคัญและสอดคล้องกัน เมื่อนำไปปฏิบัติจริงในสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดของโรงเรียน โดยการพัฒนาหลักสูตรระดับสถานศึกษานั้น จะทำให้การจัดการศึกษาสอดคล้องกับปัญหาและความเปลี่ยนแปลงของสังคม ความเจริญก้าวหน้าของวิชาการและเทคโนโลยี ตลอดจนสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและความต้องการของผู้เรียนด้วย (ฆนัท ธาตุทอง, 2550:59)
บรรณานุกรม
ฆนัท ธาตุทอง. (2550). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น.
นครปฐม: เพชรเกษมการพิมพ์.